แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ประกันสุขภาพ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ประกันสุขภาพ แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2564

คุยประกันกับ OneNut ตอน ประกันมีไว้คุ้มครองแต่ทำไมต้องรีบทำตอนสุขภาพดี?




              ประกันมีไว้คุ้มครอง แต่ทำไมต้องรีบทำตอนสุขภาพดี..?



เคยสงสัยกันใช่มั้ยคะ ในเมื่อประกันชีวิต หรือ ประกันสุขภาพถูกออกแบบมาเพื่อคุ้มครองชีวิตและสุขภาพ แล้วทำไม ถึงต้องรีบทำ ในเวลาที่ร่างกายแข็งแรงปรกติดี





อายุมากกว่านี้..ค่อยทำก็ได้


ทำไมต้องรีบทำ..?


การสร้างความคุ้มครองประกันชีวิต พร้อมแนบสัญญาเพิ่มเติมความคุ้มครองนั้น เป็นการสร้างการปกป้อง ก่อนเกิดภัย หากเผชิญสิ่งที่กังวลขึ้นเมื่อใด ประกันและความคุ้มครองที่เราสร้างไว้ จะเข้าปกป้องดูแล



ดังนั้น  เราจึงจำเป็นต้องสร้างขึ้นในเวลาที่แข็งแรงสุขภาพดี ร่างกายสมบูรณ์ตามเกณฑ์  เพราะหลักเกณฑ์การพิจารณารับประกันภัย เป็นไปตามนโยบายของบริษัทเพื่อดูแลคุ้มครองปกป้องเราและครอบครัวตามที่ระบุไว้ในสัญญากรมธรรม์






1. การทำประกันสุขภาพ ผู้เอาประกันภัยต้องแจ้งข้อมูลเรื่องสุขภาพตามความเป็นจริงโดยไม่ปิดบัง หากทางบริษัทตรวจพบความจริงในภายหลัง บริษัทสามารถปฏิเสธความคุ้มครองต่างๆ ได้



2.เงื่อนไขระยะเวลาการรอคอย (Waiting Period) หรือระยะเวลาที่ไม่คุ้มครอง หมายถึง ช่วงระยะเวลาที่ผู้เอาประกันภัยเข้ารับการรักษาพยาบาล แต่ไม่สามารถเรียกร้องค่าสินไหมได้ เพราะอาจมีอาการเจ็บป่วยมาก่อนทำประกัน การประกันสุขภาพจึงได้กำหนดเงื่อนไขระยะเวลารอคอยขึ้น เพื่อป้องกันการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจากสภาพที่เป็นมาก่อนการเอาประกันภัย การกำหนดระยะเวลารอคอยขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละบริษัทประกันภัย อาจจะมีระยะเวลารอคอยประมาณ 30-120 วัน



3. การประกันสุขภาพจะไม่คุ้มครองโรคหรือการเจ็บป่วยบางอย่าง เช่น

  • - การเป็นโรคทางพันธุกรรม
  • - โรคที่เกี่ยวกับผิวพรรณ เช่น สิว ฝ้า รังแค ผมร่วง
  • - โรคตาที่เกิดจากการใช้คอนแทคเลนส์
  • - การรักษาหรือการบำบัดกรณีติดยาเสพติด บุหรี่ และเหล้า
  • - การรักษาโดยไม่ใช้แพทย์แผนปัจจุบันหรือเป็นแพทย์ทางเลือก
  • - โรคที่เคยเป็นต่อเนื่องมาก่อนการทำประกันภัย




 4.การประกันสุขภาพโดยทั่วไป จะไม่คุ้มครองการเข้าพักรักษาตัวซึ่งไม่ได้เกิดขึ้นจากการบาดเจ็บหรือป่วยไข้ เช่น การทำหมัน การทำศัลยกรรม การลดความอ้วน การพักผ่อน รวมทั้งการรักษาโรคประสาท กามโรค การติด และการตรวจสายตา เช่นกัน




 5.การบอกเลิกกรมธรรม์ประกันภัย กำหนดสิทธิให้ผู้เอาประกันภัยบอกเลิกกรมธรรม์ประกันภัยได้ แต่บริษัทประกันภัยจะใช้สิทธิในการบอกเลิกได้เฉพาะกรณีที่ปรากฏหลักฐานชัดเจนว่าผู้เอาประกันภัยทุจริตเท่านั้น







1.อายุ

ค่าเบี้ยประกันขึ้นอยู่กับอายุของผู้ทำประกัน ซึ่งช่วงอายุที่ค่าเบี้ยประกันถูกสุด ได้แก่ อายุ ที่อยู่ระหว่าง 20-40 ปี หรือคนวัยทำงาน เนื่องจากเป็นช่วงวัยที่ร่างกายแข็งแรงมากที่สุด ส่วนช่วงอายุที่ค่าเบี้ยประกันค่อนข้างสูงได้แก่ ช่วงวัยเด็กแรกเกิดจนถึง 6 ปี และช่วงวัยสูงอายุ 50-60 ปี


2.เพศ

อัตราเบี้ยประกันภัยเพศหญิงจะสูงกว่าเพศชาย เนื่องจากความแข็งแรงของสุขภาพร่างกายที่แตกต่างกัน โดยเพศหญิงจะใช้เวลาในการฟื้นตัวจากการเจ็บป่วย หรือการบาดเจ็บทางร่ายกายนานกว่าเพศชาย


3.สุขภาพ

 

ประวัติเกี่ยวกับสุขภาพและการรักษาพยาบาล รวมทั้งสภาพร่ายกายของผู้ขอเอาประกันภัยเป็นปัจจัยหนึ่งในการกำหนดอัตราเบี้ยประกันภัย ทั้งนี้บุคคลที่มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ไม่เคยมีประวัติการเจ็บป่วยรุนแรง เบี้ยประกันภัยย่อมถูกกว่าบุคคลที่มีสภาพร่างกายอ่อนแอหรือเคยมีประวัติการเจ็บป่วยร้ายแรง เนื่องจากบุคคลที่มีสุขภาพแข็งแรงย่อมมีความเสี่ยงน้อยกว่าในการที่จะได้รับบาดเจ็บหรือเจ็บป่วยร้ายแรงในอนาคต


4.อาชีพ

 

อาชีพเป็นปัจจัยหนึ่งที่บ่งบอกถึงกิจกรรมที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันของแต่ละบุคคลว่ามีความเสี่ยงมากน้อยเพียงใด อาชีพที่มีความเสี่ยงภัยหรือมีแนวโน้มที่จะได้รับบาดเจ็บหรือเจ็บป่วยสูง เช่น อาชีพวิศวกรคุมงานก่อสร้าง หรือช่างทำงานในโรงงาน เบี้ยประกันภัยย่อมสูงกว่าอาชีพพนักงานบริษัททั่วไปที่ไม่มีความเสี่ยง


5.การดำเนินชีวิต

 

การใช้ชีวิตหรือ Life Style ของแต่ละบุคคล แสดงให้เห็นถึงพฤติกรรมซึ่งจะมีผลต่อสุขภาพ หรืออุบัติเหตุของบุคคลที่แตกต่างกันไป เช่น คนที่กินเหล้า สูบบุหรี่ หรือเล่นกีฬาที่เสี่ยงอันตราย ย่อมมีความเสี่ยงสูงกว่าคนทั่วไป ดังนั้นอัตราเบี้ยประกันจึงสูงกว่า เป็นต้น


6.สำหรับการประกันภัยหมู่

 

อัตราเบี้ยประกันภัยพิจารณาจากจำนวนบุคคลที่จะเอาประกันภัย ถ้าจำนวนบุคคลมาก การกระจายความเสี่ยงย่อมมีมากกว่า ซึ่งจะทำให้อัตราเบี้ยประกันภัยต่ำลงได้



การเข้าถึงข้อมูลหลักเกณฑ์และเงื่อนไข จะทำให้การทำประกันเป็นเรื่องง่ายขึ้น 


"สร้างความคุ้มครอง อย่างเข้าใจ สร้างความมั่นใจ ในการปกป้องครอบครัว"


ด้วยความปรารถนาดี Onenutlifeplanner MTLP53


 "รายละเอียดการให้ความคุ้มครองระบุตามสัญญากรมธรรม์ประกันภัย สำหรับการพิจารณาเป็นไปตามนโยบายของแต่ละบริษัท" 



อ้างอิง สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย | การประกันสุขภาพ (oic.or.th)

วันอังคารที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2564

คุยประกันกับ OneNut ตอน "เงินสมทบกรณีชราภาพ"





😊 18 ปีแห่งความหลัง 😊


ขึ้นประโยคนี้ อินโทรเพลงก็มา 😆😆😆
18 ปี แห่งชีวิตการทำงานรับเงินเดือนและรับสวัสดิการประกันสังคมของ OneNut ค่ะ



วันนี้ จึงขอพูดถึงสิทธิ์ประโยชน์ดีๆ ที่ได้จากเงินสมทบชราภาพค่ะ
เงินก้อนนี้ได้มาอย่างไร สะสมด้วยวิธีการใด เพื่อสิ่งใด 



👇เราไปค้นหาข้อมูลกันค่ะ👇 



เงื่อนไขการเกิดสิทธิประโยชน์ประกันสังคม "กรณีชราภาพ" 





เป็นอย่างไรกันบ้างคะ หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการรับเงินชราภาพ ระยะเวลาการสะสม มีรายละเอียดพอสมควรเลยใช่มั้ยคะ 



"การสะสมเงินไว้ใช้ในช่วงวัยชรา เป็นสิ่งที่น่าตระหนักและควรให้ความสำคัญ 

ยอดเงิน 6x,xxx นี้ จะได้รับในวัย 55 ปี น่าชื่นใจ ของขวัญวัยเกษียณ"



ยิ่งมีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เงินสหกรณ์ กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ หรือ RMF

ที่เก็บสะสมมาพร้อมกันด้วยนั้น จำนวนเงินที่รับพร้อมๆกัน ยิ่งชื่นบานจิตใจ




ซึ่งทุกช่องทางเกิดขึ้นได้จาก "วินัยการออม"

การรับเงินสด 7 หลัก ในวัยเกษียณ คงสุขใจไม่น้อย




"20 ปี หลังเกษียณ" 

"บริหารจัดการอย่างไรดี ให้เงินก้อนนี้ ไม่หมดก่อนเวลา"



การลงทุนมีความเสี่ยง 

และทุกความเสี่ยงสามารถทำให้เกิดผลกำไร เท่าทุน หรือ ขาดทุน ได้ทุกเวลา

"การวางแผนบริหารจัดการความเสี่ยง"

จึงช่วยลดอุปสรรคได้ 



ซึ่งทางเลือกของ "การวางแผนประกันบำนาญ" ก็เป็นหนึ่งทางเลือกที่ดี ที่เราสามารถทำได้  เป็นการกระจายความเสี่ยง สร้างรายได้หลังเกษียณ แถมยังเพิ่มเติมเสริมความปลอดภัยด้วยการแนบสัญญาเพิ่มเติมคุ้มครองค่ารักษาพยาบาล


เพราะสิ่งสำคัญที่สุดระหว่างทาง คือ "สุขภาพกาย"  และ "สุขภาพใจ" ที่สมบูรณ์


"ยิ้มรับความสุขกับการแพลน พร้อมทำแผนให้เป็นจริง"


ด้วยความปรารถนาดี Onenutlifeplanner MTLP53


ขอบคุณเครดิตภาพประกอบ Grandmother Vectors by Vecteezyher


 "รายละเอียดการให้ความคุ้มครองระบุตามสัญญากรมธรรม์ประกันภัย สำหรับการพิจารณาเป็นไปตามนโยบายของแต่ละบริษัท" 





วันพฤหัสบดีที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2564

คุยประกันกับ OneNut ตอน "สรุปกรมธรรม์ไปทำไม"


ตอน...พี่น่ารักมีคำถาม?

"ทำไมต้องสรุปกรมธรรม์"

                                           นั่นสินะ..ทำไม?

ไปหาคำตอบดีๆ..กับ OneNut กันค่ะ😊




พี่น่ารัก:     "ไปค่ะ...ไปหาคำตอบกันเลย..."





พี่น่ารัก: "ว้าววว  ดีจังค่ะ มีกรมธรรม์หลายเล่ม พี่จำไม่ได้เลย"




                        พี่น่ารัก: "โอ้โห จริงด้วยค่ะ ปัจจุบันมีโรคภัยไข้เจ็บเกิดขึ้นมากมาย ความคุ้มครองที่ทำไว้คลอบคลุมหรือยังนะ"





                         พี่น่ารัก: "สุดยอดเลย...จ้า สร้างความคุ้มครองทั้งที รู้รอบครบทุกมิติ  จัดการได้หลากหลายขนาดนี้ พี่จะพลาดได้อย่างไร"




        พี่น่ารัก:  "ได้เลยค่ะ OneNut พรุ่งนี้พี่สะดวกช่วงบ่ายนะคะ เข้า สรุปกรมธรรม์ ได้เลย งานเฉพาะทางแบบนี้ มีคนดูแลให้ น่าชื่นใจจัง"

     
    OneNut : "ยินดีบริการค่ะพี่น่ารัก ความคุ้มครองที่เหมาะสมคุ้มค่า เป็นสิ่งที่พี่ควรได้รับ"

                       

 "แล้วพบกันพรุ่งนี้นะคะ สวัสดีค่ะ 💖"


                              ............................


หมายเหตุ: การวางแผนการสร้างความคุ้มครองเป็นสิ่งที่ดี และสิ่งที่ดีกว่าคือเราสามารถเข้าถึงรายละเอียดทุกมิติของสัญญา เพื่อเกิดประโยชน์สูงสุดในการพิจารณาเลือกแผนปกป้องคุ้มครองครอบครัวได้อย่างเหมาะสม รวมถึง การป้องกันช่องว่างระหว่างทาง หากพบรอยรั่ว หรือ พบอุปสรรคที่ทำให้ แผนความคุุ้มครองสร้างการปกป้องที่วางไว้สะดุดกลางคัน 


ดังนั้น: การเลือกแผนความคุ้มครอง การสร้างหลักประกันให้ครอบครัว ไม่ได้มีแค่เพียงรายละเอียดของแบบที่ให้ความคุ้มครองสูงสุดเท่านั้น การวางแผนที่ดีสามารถทำได้มากกว่านั้น


"เปรียบเสมือนการสร้างบ้าน ที่คุณสามารถจัดวางได้ตามความต้องการของตนเอง"

"ผ่านที่ปรึกษาแบบประกันที่มอบสิ่งนี้เพื่อคุณ ด้วยความปรารถนาดี"


OneNut : "ยินดีบริการค่ะ  แล้วพบกันนะคะ นัดหมายได้เลยค่ะ 💖"


 "รายละเอียดการให้ความคุ้มครองระบุตามสัญญากรมธรรม์ประกันภัย สำหรับการพิจารณาเป็นไปตามนโยบายของแต่ละบริษัท" 

ด้วยความปรารถนาดี  OneNutLifeplanner  MTLP53

วันศุกร์ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2564

ยุคนี้...มีประกันโควิดแล้ว...เพียงพอหรือไม่?

ช่วงนี้มีสอบถามประกันโควิดเข้ามา หากใครต้องการทำเพิ่ม..ก็อุ่นใจดีค่ะ..
หากใครยังไม่มีประกันชีวิตเก็บไว้เลย วันนี้มีข้อน่าเสียดายที่พบเจอจากการทำงานมาแบ่งปันกันค่ะ

1. ในขณะที่วงเงินความคุ้มครองเท่ากัน
ทำตอนที่อายุ 30 ปี เบี้ยถูกกว่าตอนทำ อายุ 50 ปี (อายุมาก เสี่ยงเยอะกว่า จ่ายมากกว่า)
สมมุติหากต้องการ "สร้างมรดก 1,000,000 บาท" คิดเร็วทำตอนอายุ 30 ปี อาจจะจ่ายค่าเบี้ย. 15,000 บาท/ปี
คิดนานทำตอนอายุ 50 ปี อาจจะจ่ายค่าเบี้ยถึง. 30,000 บาท/ปี
"หากคุณมีความต้องการทำประกันในซักวันหนึ่ง"
ความน่าเสียดายตรงนี้ คือ "การคิดนานไป"


**เมื่ออายุ 50 ปีอาจต้องจ่ายมากกว่า 1 เท่า หากเทียบกับคนที่ทำตอนอายุ 30 ปี **หากมีประวัติสุขภาพที่ไม่ผ่านเกณฑ์ก็อาจไม่ได้รับพิจารณาให้ทำประกัน

2. เริ่มรู้สึกไม่ค่อยดี มีอาการแว่วๆ มา เริ่มคิดถึงการป้องกัน ทำตอนที่มีอาการออก ย้อนดูประวัติการรักษามีที่ไปที่มาต่างๆสะสม หรือรอยโรคเกิดขึ้นแล้ว แนวโน้มคาดการณ์ได้ว่าเสี่ยง "ความเสี่ยงเยอะกว่า จึงจ่ายมากกว่า" และที่น่ากังวลกว่านั้นคือ การยกเว้นความคุ้มครองด้วยโรคที่เกิดขึ้นแล้วก่อนทำประกัน หรือที่สุดคือ "ไม่รับไม่ผ่านพิจารณา"
ความน่าเสียดายตรงนี้..คือ..


**เมื่อรู้ว่ามีแนวโน้มต้องใช้บริการโรงพยาบาล ไม่ว่าจะรักษาหายในครั้งเดียว แต่ค่าใช้จ่ายสูง หรือเป็นโรคประจำตัว ที่อาจต้องกินยาประคองอาการ
**คาดหวังการรับประกันในตอนนั้นก็ลดลง หรือไม่ก็อาจทำไม่ทันแล้ว

3. ไม่ได้อัพเดทกรมธรรม์ ไม่สรุปทบทวนกรมธรรม์ จึงไม่ทราบความแตกต่างของความคุ้มครอง ซึ่งช่วงเวลาที่ไม่ได้ให้ความสำคัญนี้ ทำให้พลาดโอกาสได้เลือก หรือพลาดข้อมูลข่าวสาร ที่ควรทราบ


ความน่าเสียดายตรงนี้..คือ..



**เมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายถึงเวลาที่ต้องได้รับการดูแล ซ่อมแซมสุขภาพ ตามวัย **แต่ทำความคุ้มครองครบสัญญาสั้นเกินไป หรือทำไว้ไม่ครอบคลุม เพราะรู้ช้า **เมื่อมีประวัติสุขภาพก็อาจทำเพิ่มไม่ได้แล้ว

มีรอยโรคมาแล้ว มีโรคประจำตัวเกิดขึ้นแล้ว ความคุ้มครองที่มีไม่เพียงพอ หมดสัญญาในช่วงที่ร่างกายต้องการ การดูแลทำเล่มใหม่ไม่ทัน เนื่องจากยกเว้นความคุ้มครอง ด้วยโรคที่เกิดขึ้นแล้วก่อนทำประกัน


4. อคติกับประกัน เป็นภาระสิ้นเปลือง เกินความ จำเป็น มีสวัสดิการแล้ว และพร้อมรับความเสี่ยงอื่นๆ ด้วยตนเอง

ความน่าเสียดายตรงนี้..คือ..
**แบบประกันมีหลากหลายความคุ้มครอง ซึ่งหัวใจหลัก ของการรับประกันคือ สวัสดิภาพที่เราสามารถเลือกเองได้ตามใจ ตามต้องการและออกแบบให้เหมาะสมได้ ด้วยตัวของเรา
**เสียดายสิ่งที่สามารถทำได้ ป้องกันได้ทันเวลา แต่ไม่อยู่ในสายตา มองข้ามไป


5. อคติกับตัวแทน ไม่ดูแล ไม่บริการ ไม่ทันตามใจ จึงทิ้งกรมธรรม์ ทิ้งความคุ้มครอง
ของตนเองและครอบครัว
ความเข้าใจในการสร้างความคุ้มครองสำคัญมาก การทำประกัน การดูแลชีวิต สุขภาพ และการเงินนั่นคือข้อมูลจำเป็นของทุกท่าน

เพราะ "คุณกำลังสร้างเกาะคุ้มกันให้ครอบครัวและตนเอง"
การทำหน้าที่ให้ข้อมูลที่ถูกต้อง การทบทวนความคุ้มครอง พูดคุยปรึกษาได้ ไม่มีช่องว่าง มีมิตรภาพ ความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน นั่นเป็น "สิ่งจำเป็นที่ตัวแทนทุกคนพึงปฏิบัติ"


การบริการ การสื่อสาร การปรับจูนความเข้าใจ แจ้งสิ่งสำคัญที่ควรทราบเป็นที่ปรึกษาที่ดี เรียนรู้พัฒนาความสามารถตลอดเวลา ทำให้ลูกค้าได้รับรู้เข้าถึงความคุ้มครองทุกแง่มุม นั่นคือ "ที่สุดของการทำประกัน"



"หัวใจการปกป้องสร้างความคุ้มครองที่แท้จริง"



ความน่าเสียดายตรงนี้..คือ..
**ตัวแทนไม่ไปเก็บเบี้ย จึงไม่ได้ชำระค่าเบี้ยปีต่อ
**ตัวแทนบริการไม่ถูกใจ ไม่ตามใจ ไม่ทำต่อ
**ยกเลิกเพราะไม่เห็นความสำคัญ ไม่เข้าใจวัตถุประสงค์ของความคุ้มครองที่ทำในครั้งแรก



5 ปัญหาวนไปวนมา..😊


อ่อ..ของแถมอีกอย่าง..จ้า..
"ประกันไม่ใช่สินค้าทำกำไรผลตอบแทนสูง มันคือสินค้าทางการเงิน ที่ใช้ลดความเสี่ยงถึงจะออกแบบหลากหลายท้ายสุด เพื่อสิ่งนี้! "


ยิ่งลงทุนเก่ง..การลงทุนกับสุขภาพ..ยิ่งสำคัญ..
จัดพอร์ตจ่ายค่าเบี้ยได้ ยิ่งดี ทั้งขึ้น ทั้งล่อง..


ราคาค่าเบี้ยตลอดสัญญา..
อาจถูกกว่าค่าหมอในครั้งเดียวก็ได้..ใครจะรู้..


จริงมั้ยคะ...😊




ติดตามข้อมูลน่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ Facebook Page : OneNut 
หรือ แอดไลน์ https://lin.ee/zu5FUBy



 "รายละเอียดการให้ความคุ้มครองระบุตามสัญญากรมธรรม์ประกันภัย สำหรับการพิจารณาเป็นไปตามนโยบายของแต่ละบริษัท" 

บทความล่าสุด

คุยประกันกับ OneNut ตอน "รอยโรค กลไกการเกิดโรค อาการแสดงของโรค จะรู้ได้อย่างไร"

เรามาทำความรู้จัก พระเอกของเราก่อนค่ะ นั่นคือ   " พยาธิแพทย์  (Pathologist)"    พยาธิแพทย์  (Pathologist)  มักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นห...