แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ป้องกันความเสี่ยง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ป้องกันความเสี่ยง แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2564

คุยประกันกับ OneNut ตอน ประกันมีไว้คุ้มครองแต่ทำไมต้องรีบทำตอนสุขภาพดี?




              ประกันมีไว้คุ้มครอง แต่ทำไมต้องรีบทำตอนสุขภาพดี..?



เคยสงสัยกันใช่มั้ยคะ ในเมื่อประกันชีวิต หรือ ประกันสุขภาพถูกออกแบบมาเพื่อคุ้มครองชีวิตและสุขภาพ แล้วทำไม ถึงต้องรีบทำ ในเวลาที่ร่างกายแข็งแรงปรกติดี





อายุมากกว่านี้..ค่อยทำก็ได้


ทำไมต้องรีบทำ..?


การสร้างความคุ้มครองประกันชีวิต พร้อมแนบสัญญาเพิ่มเติมความคุ้มครองนั้น เป็นการสร้างการปกป้อง ก่อนเกิดภัย หากเผชิญสิ่งที่กังวลขึ้นเมื่อใด ประกันและความคุ้มครองที่เราสร้างไว้ จะเข้าปกป้องดูแล



ดังนั้น  เราจึงจำเป็นต้องสร้างขึ้นในเวลาที่แข็งแรงสุขภาพดี ร่างกายสมบูรณ์ตามเกณฑ์  เพราะหลักเกณฑ์การพิจารณารับประกันภัย เป็นไปตามนโยบายของบริษัทเพื่อดูแลคุ้มครองปกป้องเราและครอบครัวตามที่ระบุไว้ในสัญญากรมธรรม์






1. การทำประกันสุขภาพ ผู้เอาประกันภัยต้องแจ้งข้อมูลเรื่องสุขภาพตามความเป็นจริงโดยไม่ปิดบัง หากทางบริษัทตรวจพบความจริงในภายหลัง บริษัทสามารถปฏิเสธความคุ้มครองต่างๆ ได้



2.เงื่อนไขระยะเวลาการรอคอย (Waiting Period) หรือระยะเวลาที่ไม่คุ้มครอง หมายถึง ช่วงระยะเวลาที่ผู้เอาประกันภัยเข้ารับการรักษาพยาบาล แต่ไม่สามารถเรียกร้องค่าสินไหมได้ เพราะอาจมีอาการเจ็บป่วยมาก่อนทำประกัน การประกันสุขภาพจึงได้กำหนดเงื่อนไขระยะเวลารอคอยขึ้น เพื่อป้องกันการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจากสภาพที่เป็นมาก่อนการเอาประกันภัย การกำหนดระยะเวลารอคอยขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละบริษัทประกันภัย อาจจะมีระยะเวลารอคอยประมาณ 30-120 วัน



3. การประกันสุขภาพจะไม่คุ้มครองโรคหรือการเจ็บป่วยบางอย่าง เช่น

  • - การเป็นโรคทางพันธุกรรม
  • - โรคที่เกี่ยวกับผิวพรรณ เช่น สิว ฝ้า รังแค ผมร่วง
  • - โรคตาที่เกิดจากการใช้คอนแทคเลนส์
  • - การรักษาหรือการบำบัดกรณีติดยาเสพติด บุหรี่ และเหล้า
  • - การรักษาโดยไม่ใช้แพทย์แผนปัจจุบันหรือเป็นแพทย์ทางเลือก
  • - โรคที่เคยเป็นต่อเนื่องมาก่อนการทำประกันภัย




 4.การประกันสุขภาพโดยทั่วไป จะไม่คุ้มครองการเข้าพักรักษาตัวซึ่งไม่ได้เกิดขึ้นจากการบาดเจ็บหรือป่วยไข้ เช่น การทำหมัน การทำศัลยกรรม การลดความอ้วน การพักผ่อน รวมทั้งการรักษาโรคประสาท กามโรค การติด และการตรวจสายตา เช่นกัน




 5.การบอกเลิกกรมธรรม์ประกันภัย กำหนดสิทธิให้ผู้เอาประกันภัยบอกเลิกกรมธรรม์ประกันภัยได้ แต่บริษัทประกันภัยจะใช้สิทธิในการบอกเลิกได้เฉพาะกรณีที่ปรากฏหลักฐานชัดเจนว่าผู้เอาประกันภัยทุจริตเท่านั้น







1.อายุ

ค่าเบี้ยประกันขึ้นอยู่กับอายุของผู้ทำประกัน ซึ่งช่วงอายุที่ค่าเบี้ยประกันถูกสุด ได้แก่ อายุ ที่อยู่ระหว่าง 20-40 ปี หรือคนวัยทำงาน เนื่องจากเป็นช่วงวัยที่ร่างกายแข็งแรงมากที่สุด ส่วนช่วงอายุที่ค่าเบี้ยประกันค่อนข้างสูงได้แก่ ช่วงวัยเด็กแรกเกิดจนถึง 6 ปี และช่วงวัยสูงอายุ 50-60 ปี


2.เพศ

อัตราเบี้ยประกันภัยเพศหญิงจะสูงกว่าเพศชาย เนื่องจากความแข็งแรงของสุขภาพร่างกายที่แตกต่างกัน โดยเพศหญิงจะใช้เวลาในการฟื้นตัวจากการเจ็บป่วย หรือการบาดเจ็บทางร่ายกายนานกว่าเพศชาย


3.สุขภาพ

 

ประวัติเกี่ยวกับสุขภาพและการรักษาพยาบาล รวมทั้งสภาพร่ายกายของผู้ขอเอาประกันภัยเป็นปัจจัยหนึ่งในการกำหนดอัตราเบี้ยประกันภัย ทั้งนี้บุคคลที่มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ไม่เคยมีประวัติการเจ็บป่วยรุนแรง เบี้ยประกันภัยย่อมถูกกว่าบุคคลที่มีสภาพร่างกายอ่อนแอหรือเคยมีประวัติการเจ็บป่วยร้ายแรง เนื่องจากบุคคลที่มีสุขภาพแข็งแรงย่อมมีความเสี่ยงน้อยกว่าในการที่จะได้รับบาดเจ็บหรือเจ็บป่วยร้ายแรงในอนาคต


4.อาชีพ

 

อาชีพเป็นปัจจัยหนึ่งที่บ่งบอกถึงกิจกรรมที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันของแต่ละบุคคลว่ามีความเสี่ยงมากน้อยเพียงใด อาชีพที่มีความเสี่ยงภัยหรือมีแนวโน้มที่จะได้รับบาดเจ็บหรือเจ็บป่วยสูง เช่น อาชีพวิศวกรคุมงานก่อสร้าง หรือช่างทำงานในโรงงาน เบี้ยประกันภัยย่อมสูงกว่าอาชีพพนักงานบริษัททั่วไปที่ไม่มีความเสี่ยง


5.การดำเนินชีวิต

 

การใช้ชีวิตหรือ Life Style ของแต่ละบุคคล แสดงให้เห็นถึงพฤติกรรมซึ่งจะมีผลต่อสุขภาพ หรืออุบัติเหตุของบุคคลที่แตกต่างกันไป เช่น คนที่กินเหล้า สูบบุหรี่ หรือเล่นกีฬาที่เสี่ยงอันตราย ย่อมมีความเสี่ยงสูงกว่าคนทั่วไป ดังนั้นอัตราเบี้ยประกันจึงสูงกว่า เป็นต้น


6.สำหรับการประกันภัยหมู่

 

อัตราเบี้ยประกันภัยพิจารณาจากจำนวนบุคคลที่จะเอาประกันภัย ถ้าจำนวนบุคคลมาก การกระจายความเสี่ยงย่อมมีมากกว่า ซึ่งจะทำให้อัตราเบี้ยประกันภัยต่ำลงได้



การเข้าถึงข้อมูลหลักเกณฑ์และเงื่อนไข จะทำให้การทำประกันเป็นเรื่องง่ายขึ้น 


"สร้างความคุ้มครอง อย่างเข้าใจ สร้างความมั่นใจ ในการปกป้องครอบครัว"


ด้วยความปรารถนาดี Onenutlifeplanner MTLP53


 "รายละเอียดการให้ความคุ้มครองระบุตามสัญญากรมธรรม์ประกันภัย สำหรับการพิจารณาเป็นไปตามนโยบายของแต่ละบริษัท" 



อ้างอิง สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย | การประกันสุขภาพ (oic.or.th)

วันเสาร์ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2564

คุยประกันกับ OneNut ตอน "มรดกตกทอด"




มรดก..ตกทอด..😃

ขึ้นชื่อว่าได้รับ "มรดก" ก็น่าปิติยินดีนะคะ แล้วเจ้าคำว่า "มรดก" นี่ มีที่มายังไงนะ ทำไม อย่างไร ถึงจะสร้างมรดกกับเค้าได้บ้างนะ วันนี้เรามีคำตอบ จากการ "ส่งมอบมรดกด้วยทุนประกันชีวิต" มาเล่าให้ฟังค่ะ 


อย่างแรกเรามาทราบกันเบื้องต้นนะคะ ว่า..


คำว่า "มรดก" ที่ทุกคนต้องคุ้นเคยเป็นอย่างดี เพราะมีข่าวการแย่งชิง ทำร้ายกันเพื่อยื้อแย่งทรัพย์สินออกมาให้ได้รับรู้กันบ่อยๆ เพราะคำว่า "มรดก" เพียงคำเดียว ซึ่งวิธีการจัดการทรัพย์มรดกและแบ่งปันทรัพย์มรดก อายุความ ฯลฯ แต่ละเรื่องมีรายละเอียดแยกย่อยออกไปได้มากมายเลยค่ะ เช่น การเขียนพินัยกรรม หรือ การขออำนาจศาลเพื่อจัดตั้งผู้จัดการมรดก รวมถึงการเสียภาษีมรดกรับให้ 



"โอ้โห เราไม่มีทรัพย์สินขนาดนั้น แล้วจะสร้างมรดกได้อย่างไรล่ะ"




บางครั้งอาจฟังดูไกลตัวนะคะ แต่เรื่องทรัพย์สินเงินทองเราทุกคนล้วนสร้างได้ค่ะ

สำหรับการสร้างความคุ้มครองชีวิต หรือ ภาษาประกันที่เรียกกันว่า ทุนประกันชีวิต 

ก็เป็นมรดกที่คุณสามารถสร้างได้ ด้วยการสร้างความคุ้มครองนั่นเองค่ะ


ข้อดี "ของการสรัางความคุ้มครอง"

จัดสรรให้ทายาทได้ โดยการระบุผู้รับผลประโยชน์

จัดสรรจำนวนเงินได้ โดยการระบุสัดส่วนการรับผลประโยชน์

เปลี่ยนแปลงผู้รับผลประโยชน์ได้ หากผู้รับผลประโยชน์ทอดทิ้งไม่มาดูแล


ความคุ้มครองที่สร้างความอบอุ่นใจในการใช้ชีวิต

ด้วยการแนบสัญญาเพิ่มเติมคุ้มครองค่ารักษาพยาบาล หรือคุ้มครองโรคร้ายแรง

และหากเกิดเรื่องไม่คาดคิด มีทุนประกันชีวิตส่งมอบ ให้คนข้างหลังที่เรารักและห่วงใย 


สิ่งดีๆ ที่ครบถ้วนทุกมิติ คุ้มครองรอบด้านขนาดนี้

ไม่รัก  "การทำประกันชีวิต" ได้อย่างไรล่ะคะ


"ป้องกันความเสี่ยง ปกป้องครอบครัวและตัวคุณเอง รับความคุ้มครองตามความเหมาะสมที่ต้องการกันค่ะ"



 "รายละเอียดการให้ความคุ้มครองระบุตามสัญญากรมธรรม์ประกันภัย สำหรับการพิจารณาเป็นไปตามนโยบายของแต่ละบริษัท" 

ด้วยความปรารถนาดี Onenutlifeplanner MTLP53

วันศุกร์ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2564

คุยประกันกับ OneNut ตอน "เงินครบกำหนดสัญญา"

 



เงินครบกำหนดสัญญา

💖ว้าว..ดีจัง..รับเงินก้อนเป็นของขวัญการเก็บออม💖

พูดถึงเรื่องเงินๆ ทองๆ บางครั้งฟังเป็นเรื่องน่ายินดี และบางทีก็เป็นเรื่องละเอียดอ่อนกับความรู้สึกนะคะ ซึ่งวันนี้ขอออกตัวไว้ก่อนว่า OneNut 
ขอเล่าเป็นมุมมองเรื่องบวกๆ ที่ฟังแล้วรู้สึกดีต่อใจค่ะ 😊


เช็คเงินสดจำนวน "หกหลัก" กับ "สถานการณ์ช่วงนี้" ใครได้รับก็คงไม่ต่างกับได้รางวัลแจ็คพอต เลยนะคะ รู้สึกได้ถึงคุณค่าทางจิตใจ เพราะมีราคา มากกว่ามูลค่าหน้าเช็คซะอีก เห็นด้วยมั้ยคะ  


"เงินครบกำหนดสัญญา"คืออะไร ได้มาอย่างไร แล้วดีกับใคร เรามาหาคำตอบกันค่ะ


"เงินครบกำหนดสัญญาที่ได้รับตามกรมธรรม์นี้คือ" 
   

ดังนั้น จึงเห็นได้ว่า ข้อดี ของการสร้างความคุ้มครองที่มีเงินครบกำหนดสัญญา ทำให้เราสามารถกำหนดทิศทางของการเงินได้ค่ะ ว่าเราต้องการให้เงินก้อนนี้ กลับมาหาเราในช่วงวันเวลาใด เพื่อวัตถุประสงค์อะไร และ ก่อนที่จะครบกำหนดเวลานั้น ให้ความคุ้มครองชีวิตอย่างไร มีเงินคืนระหว่างทาง มีผลตอบแทนหรือไม่  มีผลประโยชน์ใดให้กับเราบ้าง 


ซึ่งสิ่งเหล่านี้มีคุณค่าสามารถสร้างความอบอุ่นปลอดภัยทางใจ ให้กับคุณและครอบครัวได้ค่ะ

    
การรับเงินครบกำหนดสัญญาไว คือ แพลนจัดตารางการเงินและช่วงเวลารับเงินครบกำหนดสัญญาได้ ส่วน ข้อควรระวัง ของการรับเงินครบกำหนดสัญญาไวเกินไป คือ "สัญญาแนบท้ายสร้างความคุ้มครองเพิ่มเติมก็จบตาม สิ้นสุดไวเช่นกัน"


เพราะอย่างนั้นหากต้องการซื้อสัญญาแนบท้ายเพิ่มเติม ที่สามารถสร้างความคุ้มครองให้คุณได้ยาวๆ เช่น การคุ้มครองค่ารักษาพยาบาล หรือ คุ้มครองเมื่อพบเจอโรคร้ายแรง เพื่อป้องกันไว้ จึงควรเลือกแบบประกันที่ระยะเวลาครบกำหนดสัญญายาวออกไปเช่นกันค่ะ 


รายละเอียดนี้ ลงลึกถึงแบบประกันค่ะ หากสนใจสอบถามได้นะคะ ข้อมูลส่วนตัว ความชัดเจนเรื่องการสื่อสาร การแจ้งรายละเอียดที่ครบถ้วน เป็นสิ่งจำเป็นที่เราให้ความสำคัญค่ะ 



สุดท้ายนี้ ขอแสดงความยินดีเป็นอย่างยิ่งกับเจ้าของเช็คใบนี้ ที่สร้างความคุ้มครองให้ตนเองและครอบครัวเป็นอย่างดี พร้อมรับ เงินครบกำหนดสัญญา เป็นค่าขนมกรุบกริบอีกด้วย  OneNut ขอขอบคุณที่อนุญาตให้แบ่งปันข้อมูลนะคะ


💖ขอให้ท่านสุขภาพแข็งแรง ปลอดภัย ปรารถนาสิ่งใดสมหวังทุกประการค่ะ💖



 "รายละเอียดการให้ความคุ้มครองระบุตามสัญญากรมธรรม์ประกันภัย สำหรับการพิจารณาเป็นไปตามนโยบายของแต่ละบริษัท" 



ด้วยความปรารถนาดี OneNutLifeplanner MTLP53
     

วันเสาร์ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2564

น้องไตเติ้ลชวนคุย ตอน "ฐานล่างของสามเหลี่ยมทางการเงิน"

 

สวัสดีวันเด็กค่ะ💓




เนื่องในโอกาสวันเด็ก วันนี้ น้องไตเติ้ลขอเชิญชวนผู้ใหญ่ทุกท่านให้ความสำคัญในการวางแผนทางการเงิน เพื่อสร้างรากฐานที่แข็งแรงให้กับครอบครัวและอนาคตที่ดีของเด็กๆ กันค่ะ

เพราะอนาคตที่ดีของเด็ก ไม่ว่าจะเป็น การเรียน การกิน การเติบโต สังคมและสิ่งแวดล้อม ล้วนมีองค์ประกอบที่สำคัญนั่นคือ "เรื่องการเงิน" ค่ะ

ติดตามน้องไตเติ้ลแจ้งรายละเอียดเพิ่มเติมในคลิปได้เลยค่ะ 



การวางแผนเตรียมความพร้อมให้บุตรหลาน จะสามารถช่วยส่งเสริมศักยภาพของเด็กๆ ให้ไปสู่เป้าหมายที่เขาต้องการในอนาคตได้อย่างราบรื่นมากขึ้น การวางแผนทางการเงินที่เหมาะสม ก็สามารถลดอุปสรรคที่ทำให้ความฝันนั้นสะดุดลงได้ค่ะ

จึงขอชวนคุณพ่อคุณแม่ทุกท่านตระหนักถึงการวางแผนอุดรอยรั่วทางการเงิน ด้วย "การปกป้องหรือการกระจายความเสี่ยงของชีวิต" กันนะคะ 


ด้วยความปรารถนาดี OneNut.Lifeplanner MTLP53

วันอังคารที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2564

แด่ยุคสมัยที่เปลี่ยนไป

                                    


การเปลี่ยนแปลงของวันเวลาที่สัมพันธ์กันกับสังคมครอบครัว 

มื่อก่อนคนมักติว่ามีลูกเป็นโขลงเลี้ยงพ่อแม่คนเดียวไม่ได้…

เท็จจริงอย่างไร…ไม่แน่ใจ…คงแล้วแต่กรณี


สาเหตุหนึ่งคงเป็นเพราะเมื่อก่อน หนึ่งครอบครัวมีบุตรเป็น 10 คน ปัญหาที่เกิดจากการมีบุตรเยอะ ความไม่เท่าเทียม ความลำบาก ความขัดสนในเรื่องต่างๆ ทำให้พอโตขึ้นมา กลุ่มคนเหล่านั้นต่างแยกตัว แยกย้ายถิ่นฐานออกไป พอถึงวัยอันสมควรมีครอบครัว ต่างก็ต้องดูแลครอบครัวของตนไปตามวิถีทางของตนเอง 


การมีครอบครัวของตนเองที่อยู่ไกลบ้านเกิด วันหยุดที่จำกัด และ ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ทำให้การไปมาหาสู่แต่ละครั้งมีค่าใช้จ่ายมากกว่าปรกติ จึงทำให้กระทบกับรายได้เพราะไม่สมดุลกับรายจ่ายที่จ่ายออกไป ประกอบกับความห่างไกลนี้ทำให้ความห่างเหินเกิดขึ้นตามมา การดูแล"ผู้สูงอายุในบ้านจึงไม่ได้รับการดูแลจากบุตรเท่าที่ควรจะเป็น ตามที่สังคมยุคนั้นคาดหวังว่า วันหนึ่งเมื่อถึงวัยชราจะได้อาศัยลูกหลานพึ่งพาพักพิง" จึงเกิดวลีที่ว่า “พ่อกับแม่เลี้ยงลูกเป็นสิบคนได้ แต่ลูกเป็นสิบเลี้ยงพ่อแม่สองคนไม่ได้” นั่นเอง


ซึ่งเมื่อเทียบกับชีวิตในปัจจุบัน ที่หนึ่งครอบครัว อาจมี บุตรเพียง 1-3 คน เท่านั้น แถมบางรายเลือกที่จะสมรสแต่กับยินดีในการใช้ชีวิตที่ไม่มีบุตร ด้วยเหตุผลหลากหลายเฉพาะบุคคล ดังนั้นความเป็นไปได้ที่จะยังคงพบปัญหาเช่นเดิม นั่นคือ "ผู้สูงอายุยังคงโดดเดี่ยวในวัยชราไม่ได้รับการดูแลที่ดีตามที่คาดหวัง" แตกต่างกันแค่เพียง ที่มาของปัญหา ด้วยเพราะหนึ่งครอบครัวมีบุตรหลานเพียง 1-3 คน แต่ผู้สูงอายุภายในบ้านมีมากขึ้น ดั่งเช่นที่เราได้ยินกันบ่อยๆ คือ "สังคมผู้สูงอายุในประเทศไทย" กำลังเกิดขึ้น ประชากรกำลังเข้าสู่วัยชรา ในขณะที่ "คนรุ่นใหม่ไม่พร้อมที่จะรับมือดูแล"

ด้วยปริมาณคนที่มีมากขึ้นกว่าเมื่อก่อน ค่าครองชีพแพงขึ้น เงินเฟ้อซื้อของได้ไม่เท่าเดิม แย่งกันกิน แย่งกันใช้ สังคมเปลี่ยนวัฒนธรรมที่เปลี่ยน รายจ่ายมากกว่ารายรับ ชักหน้าไม่ถึงหลัง ทำให้มีไม่มากพอที่จะจุนเจือครอบครัว อย่างสมบูรณ์


ซึ่งไม่ว่าอย่างไร "ปัญหาเหล่านี้ จะเกิดใกล้ตัวเรา มากขึ้นแน่นอน"


วันหนึ่ง ช่วงวัยของเรานั้นต้องผลัดเปลี่ยนจากรุ่นหนึ่งไปสู่อีกรุ่นหนึ่ง สถานะที่เปลี่ยนไป จากเด็กสู่ผู้ใหญ่ และล่วงเลยไปถึง "วัยชรา" และสิ่งสำคัญคือการดูแลชีวิตในช่วงสุดท้าย วัยที่อาจทำให้เราท้อใจกับร่างกายและสังขาร 

ทั้งนี้ หากคนส่วนมากยังคงรายมีได้ที่ไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่าย ความหลายหลายในการดำรงชีพ ด้วยความชอบ ด้วยเหตุผลที่ต่างออกไป ทัศนคติ ความเชื่อ รวมถึงสิ่งแวดล้อม หากเกิดเหตุไม่คาดคิด มีเหตุการณ์หรือ ปัจจัยภายนอกเข้ามากระทบโดยไม่ตั้งใจ คนที่เตรียมตัวดีอาจจะประคองตน ผ่านช่วงเวลานั้นไปได้ แต่ถ้าคนที่โชคไม่ดีล่ะจะจัดการผ่านเรื่องราวนั้นไปได้ด้วยดีอย่างไร

การวางแผนเรื่องการเงินการป้องกันความเสี่ยงในแต่ละช่วงเวลา จึงไม่อาจละเลยได้ นั่นคือเรื่องจริง วันนี้อาจจะดูคล้ายว่าเผชิญชีวิตแต่ละวันไปด้วยความยากลำบาก แต่หากในความเหนื่อยนั้น พักแล้วหาย แรงยังไหว รายได้ยังมีเข้ามา นั่นคือ "นั่นคือความโชคดี" 

ดังนั้น "การวางแผนเรื่องการเงินหรือคุ้มครองความเสี่ยง จึงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง"  "เพราะในวันที่ แรงไม่มีหาเงินไม่ได้" วันนั้นจะเป็นความรับผิดชอบชีวิตของใคร หากไม่ใช่"   “ตัวเราเอง” 


บทความล่าสุด

คุยประกันกับ OneNut ตอน "รอยโรค กลไกการเกิดโรค อาการแสดงของโรค จะรู้ได้อย่างไร"

เรามาทำความรู้จัก พระเอกของเราก่อนค่ะ นั่นคือ   " พยาธิแพทย์  (Pathologist)"    พยาธิแพทย์  (Pathologist)  มักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นห...