วันจันทร์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2564

คุยประกันกับ OneNut ตอน " หากสูญเสียการได้ยิน (Loss of Hearing)"






ในชีวิตประจำวันสิ่งที่ทำให้เราสะดวกต่อการทำความเข้าใจเรื่องราว ไม่ว่าจะเป็นการประสานงาน การติอต่อธุรกิจ หรือ การสื่อสารทั่วไป นั่นคือ การพูด การสัมผัส การมองเห็น การได้ยิน และ การตีความ 



จะเป็นอย่างไรหากวันหนึ่งต้องเผชิญปัญหาจากการได้ยิน ทำให้เราไม่สามารถจับใจความ เหตุการณ์ หรือ เรื่องราว นั้น ได้แม่นยำอย่างเคย 
"ประสิทธิภาพในการสื่อสารลดลง"


เช่น..ตัวอย่าง 👇 






เหตุการณ์ตัวอย่างด้านบน อาจทำให้การใช้ชีวิตไม่สะดวกอย่างเดิม แล้วเมื่อเป็นบ่อยครั้ง ความกังวลใจเริ่มเกิดขึ้นตามมา อาการที่เกิดขึ้น "การกระทบกับการสื่อสาร การมีปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้าง" 



"หากอาการดังกล่าวเกิดขึ้นจากโรค หรือ อุบัติเหตุ ฉับพลัน ผลกระทบที่เกิดขึ้นอาจจะมากกว่า เนื่องจากต้องมีการพบแพทย์การเข้ารักษาพยาบาล"



 และมากกว่านั้น 



 "การสูญเสียการได้ยิน" "สูญเสียความสามารถในการดำรงชีพ"
ส่วนหนึ่งเป็นเรื่องความปลอดภัย การไม่ได้ยินเสียง อาจทำให้ประสบภัยรุนแรงได้






การสร้างความคุ้มครองโรคร้ายแรงรับเงินก้อนดูแลตนเองเมื่อประสบปัญหา จึงเป็นการบรรเทาภัยได้ระดับหนึ่ง ช่วยชะลอปัญหาเรื่องการเงิน ป้องกันเงินเก็บหลุดกรอบ ที่เราตั้งใจวางไว้ ซึ่งทั้งหมดป้องกันได้ ด้วย "การกระจายความเสี่ยง"



 "รายละเอียดการให้ความคุ้มครองระบุตามสัญญากรมธรรม์ประกันภัย สำหรับการพิจารณาเป็นไปตามนโยบายของแต่ละบริษัท" 




คำนิยามโรคร้ายแรง การสูญเสียการได้ยิน ( Loss of Hearing)

การสูญเสียประสิทธิภาพของการฟังของหูทั้งสองข้างโดยไม่สามารถรักษาให้กลับคืนสู่สภาพ เดิมได้ ซึ่งเป็นผลมาจากโรคหรืออุบัติเหตุ การวินิจฉัยจะต้องทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทาง หู คอ จมูก และมีหลักฐานทางการแพทย์ยืนยัน โดยมีผลการทดสอบการได้ยิน (Audiometry) และมีค่าผลการตรวจรับเสียง (Sound threshold tests) ที่ 80 เดซิเบล หรือมากกว่าในทุกความถี่ และการสูญเสียนี้ต้องคงอยู่ต่อเนื่องกันเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 180 วัน 



"การป้องกันความเสี่ยง"
"การสร้างความคุ้มครอง" เป็นสิ่งที่คุณสามารถทำเพื่อตนเองและคนที่รักได้ค่ะ
ด้วยความปรารถนาดี Onenutlifeplanner MTLP53



อ้างอิง

วันเสาร์ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2564

คุยประกันกับ OneNut ตอน "มรดกตกทอด"




มรดก..ตกทอด..😃

ขึ้นชื่อว่าได้รับ "มรดก" ก็น่าปิติยินดีนะคะ แล้วเจ้าคำว่า "มรดก" นี่ มีที่มายังไงนะ ทำไม อย่างไร ถึงจะสร้างมรดกกับเค้าได้บ้างนะ วันนี้เรามีคำตอบ จากการ "ส่งมอบมรดกด้วยทุนประกันชีวิต" มาเล่าให้ฟังค่ะ 


อย่างแรกเรามาทราบกันเบื้องต้นนะคะ ว่า..


คำว่า "มรดก" ที่ทุกคนต้องคุ้นเคยเป็นอย่างดี เพราะมีข่าวการแย่งชิง ทำร้ายกันเพื่อยื้อแย่งทรัพย์สินออกมาให้ได้รับรู้กันบ่อยๆ เพราะคำว่า "มรดก" เพียงคำเดียว ซึ่งวิธีการจัดการทรัพย์มรดกและแบ่งปันทรัพย์มรดก อายุความ ฯลฯ แต่ละเรื่องมีรายละเอียดแยกย่อยออกไปได้มากมายเลยค่ะ เช่น การเขียนพินัยกรรม หรือ การขออำนาจศาลเพื่อจัดตั้งผู้จัดการมรดก รวมถึงการเสียภาษีมรดกรับให้ 



"โอ้โห เราไม่มีทรัพย์สินขนาดนั้น แล้วจะสร้างมรดกได้อย่างไรล่ะ"




บางครั้งอาจฟังดูไกลตัวนะคะ แต่เรื่องทรัพย์สินเงินทองเราทุกคนล้วนสร้างได้ค่ะ

สำหรับการสร้างความคุ้มครองชีวิต หรือ ภาษาประกันที่เรียกกันว่า ทุนประกันชีวิต 

ก็เป็นมรดกที่คุณสามารถสร้างได้ ด้วยการสร้างความคุ้มครองนั่นเองค่ะ


ข้อดี "ของการสรัางความคุ้มครอง"

จัดสรรให้ทายาทได้ โดยการระบุผู้รับผลประโยชน์

จัดสรรจำนวนเงินได้ โดยการระบุสัดส่วนการรับผลประโยชน์

เปลี่ยนแปลงผู้รับผลประโยชน์ได้ หากผู้รับผลประโยชน์ทอดทิ้งไม่มาดูแล


ความคุ้มครองที่สร้างความอบอุ่นใจในการใช้ชีวิต

ด้วยการแนบสัญญาเพิ่มเติมคุ้มครองค่ารักษาพยาบาล หรือคุ้มครองโรคร้ายแรง

และหากเกิดเรื่องไม่คาดคิด มีทุนประกันชีวิตส่งมอบ ให้คนข้างหลังที่เรารักและห่วงใย 


สิ่งดีๆ ที่ครบถ้วนทุกมิติ คุ้มครองรอบด้านขนาดนี้

ไม่รัก  "การทำประกันชีวิต" ได้อย่างไรล่ะคะ


"ป้องกันความเสี่ยง ปกป้องครอบครัวและตัวคุณเอง รับความคุ้มครองตามความเหมาะสมที่ต้องการกันค่ะ"



 "รายละเอียดการให้ความคุ้มครองระบุตามสัญญากรมธรรม์ประกันภัย สำหรับการพิจารณาเป็นไปตามนโยบายของแต่ละบริษัท" 

ด้วยความปรารถนาดี Onenutlifeplanner MTLP53

วันศุกร์ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2564

คุยประกันกับ OneNut ตอน "เงินครบกำหนดสัญญา"

 



เงินครบกำหนดสัญญา

💖ว้าว..ดีจัง..รับเงินก้อนเป็นของขวัญการเก็บออม💖

พูดถึงเรื่องเงินๆ ทองๆ บางครั้งฟังเป็นเรื่องน่ายินดี และบางทีก็เป็นเรื่องละเอียดอ่อนกับความรู้สึกนะคะ ซึ่งวันนี้ขอออกตัวไว้ก่อนว่า OneNut 
ขอเล่าเป็นมุมมองเรื่องบวกๆ ที่ฟังแล้วรู้สึกดีต่อใจค่ะ 😊


เช็คเงินสดจำนวน "หกหลัก" กับ "สถานการณ์ช่วงนี้" ใครได้รับก็คงไม่ต่างกับได้รางวัลแจ็คพอต เลยนะคะ รู้สึกได้ถึงคุณค่าทางจิตใจ เพราะมีราคา มากกว่ามูลค่าหน้าเช็คซะอีก เห็นด้วยมั้ยคะ  


"เงินครบกำหนดสัญญา"คืออะไร ได้มาอย่างไร แล้วดีกับใคร เรามาหาคำตอบกันค่ะ


"เงินครบกำหนดสัญญาที่ได้รับตามกรมธรรม์นี้คือ" 
   

ดังนั้น จึงเห็นได้ว่า ข้อดี ของการสร้างความคุ้มครองที่มีเงินครบกำหนดสัญญา ทำให้เราสามารถกำหนดทิศทางของการเงินได้ค่ะ ว่าเราต้องการให้เงินก้อนนี้ กลับมาหาเราในช่วงวันเวลาใด เพื่อวัตถุประสงค์อะไร และ ก่อนที่จะครบกำหนดเวลานั้น ให้ความคุ้มครองชีวิตอย่างไร มีเงินคืนระหว่างทาง มีผลตอบแทนหรือไม่  มีผลประโยชน์ใดให้กับเราบ้าง 


ซึ่งสิ่งเหล่านี้มีคุณค่าสามารถสร้างความอบอุ่นปลอดภัยทางใจ ให้กับคุณและครอบครัวได้ค่ะ

    
การรับเงินครบกำหนดสัญญาไว คือ แพลนจัดตารางการเงินและช่วงเวลารับเงินครบกำหนดสัญญาได้ ส่วน ข้อควรระวัง ของการรับเงินครบกำหนดสัญญาไวเกินไป คือ "สัญญาแนบท้ายสร้างความคุ้มครองเพิ่มเติมก็จบตาม สิ้นสุดไวเช่นกัน"


เพราะอย่างนั้นหากต้องการซื้อสัญญาแนบท้ายเพิ่มเติม ที่สามารถสร้างความคุ้มครองให้คุณได้ยาวๆ เช่น การคุ้มครองค่ารักษาพยาบาล หรือ คุ้มครองเมื่อพบเจอโรคร้ายแรง เพื่อป้องกันไว้ จึงควรเลือกแบบประกันที่ระยะเวลาครบกำหนดสัญญายาวออกไปเช่นกันค่ะ 


รายละเอียดนี้ ลงลึกถึงแบบประกันค่ะ หากสนใจสอบถามได้นะคะ ข้อมูลส่วนตัว ความชัดเจนเรื่องการสื่อสาร การแจ้งรายละเอียดที่ครบถ้วน เป็นสิ่งจำเป็นที่เราให้ความสำคัญค่ะ 



สุดท้ายนี้ ขอแสดงความยินดีเป็นอย่างยิ่งกับเจ้าของเช็คใบนี้ ที่สร้างความคุ้มครองให้ตนเองและครอบครัวเป็นอย่างดี พร้อมรับ เงินครบกำหนดสัญญา เป็นค่าขนมกรุบกริบอีกด้วย  OneNut ขอขอบคุณที่อนุญาตให้แบ่งปันข้อมูลนะคะ


💖ขอให้ท่านสุขภาพแข็งแรง ปลอดภัย ปรารถนาสิ่งใดสมหวังทุกประการค่ะ💖



 "รายละเอียดการให้ความคุ้มครองระบุตามสัญญากรมธรรม์ประกันภัย สำหรับการพิจารณาเป็นไปตามนโยบายของแต่ละบริษัท" 



ด้วยความปรารถนาดี OneNutLifeplanner MTLP53
     

วันพฤหัสบดีที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2564

คุยประกันกับ OneNut ตอน "สรุปกรมธรรม์ไปทำไม"


ตอน...พี่น่ารักมีคำถาม?

"ทำไมต้องสรุปกรมธรรม์"

                                           นั่นสินะ..ทำไม?

ไปหาคำตอบดีๆ..กับ OneNut กันค่ะ😊




พี่น่ารัก:     "ไปค่ะ...ไปหาคำตอบกันเลย..."





พี่น่ารัก: "ว้าววว  ดีจังค่ะ มีกรมธรรม์หลายเล่ม พี่จำไม่ได้เลย"




                        พี่น่ารัก: "โอ้โห จริงด้วยค่ะ ปัจจุบันมีโรคภัยไข้เจ็บเกิดขึ้นมากมาย ความคุ้มครองที่ทำไว้คลอบคลุมหรือยังนะ"





                         พี่น่ารัก: "สุดยอดเลย...จ้า สร้างความคุ้มครองทั้งที รู้รอบครบทุกมิติ  จัดการได้หลากหลายขนาดนี้ พี่จะพลาดได้อย่างไร"




        พี่น่ารัก:  "ได้เลยค่ะ OneNut พรุ่งนี้พี่สะดวกช่วงบ่ายนะคะ เข้า สรุปกรมธรรม์ ได้เลย งานเฉพาะทางแบบนี้ มีคนดูแลให้ น่าชื่นใจจัง"

     
    OneNut : "ยินดีบริการค่ะพี่น่ารัก ความคุ้มครองที่เหมาะสมคุ้มค่า เป็นสิ่งที่พี่ควรได้รับ"

                       

 "แล้วพบกันพรุ่งนี้นะคะ สวัสดีค่ะ 💖"


                              ............................


หมายเหตุ: การวางแผนการสร้างความคุ้มครองเป็นสิ่งที่ดี และสิ่งที่ดีกว่าคือเราสามารถเข้าถึงรายละเอียดทุกมิติของสัญญา เพื่อเกิดประโยชน์สูงสุดในการพิจารณาเลือกแผนปกป้องคุ้มครองครอบครัวได้อย่างเหมาะสม รวมถึง การป้องกันช่องว่างระหว่างทาง หากพบรอยรั่ว หรือ พบอุปสรรคที่ทำให้ แผนความคุุ้มครองสร้างการปกป้องที่วางไว้สะดุดกลางคัน 


ดังนั้น: การเลือกแผนความคุ้มครอง การสร้างหลักประกันให้ครอบครัว ไม่ได้มีแค่เพียงรายละเอียดของแบบที่ให้ความคุ้มครองสูงสุดเท่านั้น การวางแผนที่ดีสามารถทำได้มากกว่านั้น


"เปรียบเสมือนการสร้างบ้าน ที่คุณสามารถจัดวางได้ตามความต้องการของตนเอง"

"ผ่านที่ปรึกษาแบบประกันที่มอบสิ่งนี้เพื่อคุณ ด้วยความปรารถนาดี"


OneNut : "ยินดีบริการค่ะ  แล้วพบกันนะคะ นัดหมายได้เลยค่ะ 💖"


 "รายละเอียดการให้ความคุ้มครองระบุตามสัญญากรมธรรม์ประกันภัย สำหรับการพิจารณาเป็นไปตามนโยบายของแต่ละบริษัท" 

ด้วยความปรารถนาดี  OneNutLifeplanner  MTLP53

วันเสาร์ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2564

น้องไตเติ้ลชวนคุย ตอน "ฐานล่างของสามเหลี่ยมทางการเงิน"

 

สวัสดีวันเด็กค่ะ💓




เนื่องในโอกาสวันเด็ก วันนี้ น้องไตเติ้ลขอเชิญชวนผู้ใหญ่ทุกท่านให้ความสำคัญในการวางแผนทางการเงิน เพื่อสร้างรากฐานที่แข็งแรงให้กับครอบครัวและอนาคตที่ดีของเด็กๆ กันค่ะ

เพราะอนาคตที่ดีของเด็ก ไม่ว่าจะเป็น การเรียน การกิน การเติบโต สังคมและสิ่งแวดล้อม ล้วนมีองค์ประกอบที่สำคัญนั่นคือ "เรื่องการเงิน" ค่ะ

ติดตามน้องไตเติ้ลแจ้งรายละเอียดเพิ่มเติมในคลิปได้เลยค่ะ 



การวางแผนเตรียมความพร้อมให้บุตรหลาน จะสามารถช่วยส่งเสริมศักยภาพของเด็กๆ ให้ไปสู่เป้าหมายที่เขาต้องการในอนาคตได้อย่างราบรื่นมากขึ้น การวางแผนทางการเงินที่เหมาะสม ก็สามารถลดอุปสรรคที่ทำให้ความฝันนั้นสะดุดลงได้ค่ะ

จึงขอชวนคุณพ่อคุณแม่ทุกท่านตระหนักถึงการวางแผนอุดรอยรั่วทางการเงิน ด้วย "การปกป้องหรือการกระจายความเสี่ยงของชีวิต" กันนะคะ 


ด้วยความปรารถนาดี OneNut.Lifeplanner MTLP53

วันศุกร์ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2564

ยุคนี้...มีประกันโควิดแล้ว...เพียงพอหรือไม่?

ช่วงนี้มีสอบถามประกันโควิดเข้ามา หากใครต้องการทำเพิ่ม..ก็อุ่นใจดีค่ะ..
หากใครยังไม่มีประกันชีวิตเก็บไว้เลย วันนี้มีข้อน่าเสียดายที่พบเจอจากการทำงานมาแบ่งปันกันค่ะ

1. ในขณะที่วงเงินความคุ้มครองเท่ากัน
ทำตอนที่อายุ 30 ปี เบี้ยถูกกว่าตอนทำ อายุ 50 ปี (อายุมาก เสี่ยงเยอะกว่า จ่ายมากกว่า)
สมมุติหากต้องการ "สร้างมรดก 1,000,000 บาท" คิดเร็วทำตอนอายุ 30 ปี อาจจะจ่ายค่าเบี้ย. 15,000 บาท/ปี
คิดนานทำตอนอายุ 50 ปี อาจจะจ่ายค่าเบี้ยถึง. 30,000 บาท/ปี
"หากคุณมีความต้องการทำประกันในซักวันหนึ่ง"
ความน่าเสียดายตรงนี้ คือ "การคิดนานไป"


**เมื่ออายุ 50 ปีอาจต้องจ่ายมากกว่า 1 เท่า หากเทียบกับคนที่ทำตอนอายุ 30 ปี **หากมีประวัติสุขภาพที่ไม่ผ่านเกณฑ์ก็อาจไม่ได้รับพิจารณาให้ทำประกัน

2. เริ่มรู้สึกไม่ค่อยดี มีอาการแว่วๆ มา เริ่มคิดถึงการป้องกัน ทำตอนที่มีอาการออก ย้อนดูประวัติการรักษามีที่ไปที่มาต่างๆสะสม หรือรอยโรคเกิดขึ้นแล้ว แนวโน้มคาดการณ์ได้ว่าเสี่ยง "ความเสี่ยงเยอะกว่า จึงจ่ายมากกว่า" และที่น่ากังวลกว่านั้นคือ การยกเว้นความคุ้มครองด้วยโรคที่เกิดขึ้นแล้วก่อนทำประกัน หรือที่สุดคือ "ไม่รับไม่ผ่านพิจารณา"
ความน่าเสียดายตรงนี้..คือ..


**เมื่อรู้ว่ามีแนวโน้มต้องใช้บริการโรงพยาบาล ไม่ว่าจะรักษาหายในครั้งเดียว แต่ค่าใช้จ่ายสูง หรือเป็นโรคประจำตัว ที่อาจต้องกินยาประคองอาการ
**คาดหวังการรับประกันในตอนนั้นก็ลดลง หรือไม่ก็อาจทำไม่ทันแล้ว

3. ไม่ได้อัพเดทกรมธรรม์ ไม่สรุปทบทวนกรมธรรม์ จึงไม่ทราบความแตกต่างของความคุ้มครอง ซึ่งช่วงเวลาที่ไม่ได้ให้ความสำคัญนี้ ทำให้พลาดโอกาสได้เลือก หรือพลาดข้อมูลข่าวสาร ที่ควรทราบ


ความน่าเสียดายตรงนี้..คือ..



**เมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายถึงเวลาที่ต้องได้รับการดูแล ซ่อมแซมสุขภาพ ตามวัย **แต่ทำความคุ้มครองครบสัญญาสั้นเกินไป หรือทำไว้ไม่ครอบคลุม เพราะรู้ช้า **เมื่อมีประวัติสุขภาพก็อาจทำเพิ่มไม่ได้แล้ว

มีรอยโรคมาแล้ว มีโรคประจำตัวเกิดขึ้นแล้ว ความคุ้มครองที่มีไม่เพียงพอ หมดสัญญาในช่วงที่ร่างกายต้องการ การดูแลทำเล่มใหม่ไม่ทัน เนื่องจากยกเว้นความคุ้มครอง ด้วยโรคที่เกิดขึ้นแล้วก่อนทำประกัน


4. อคติกับประกัน เป็นภาระสิ้นเปลือง เกินความ จำเป็น มีสวัสดิการแล้ว และพร้อมรับความเสี่ยงอื่นๆ ด้วยตนเอง

ความน่าเสียดายตรงนี้..คือ..
**แบบประกันมีหลากหลายความคุ้มครอง ซึ่งหัวใจหลัก ของการรับประกันคือ สวัสดิภาพที่เราสามารถเลือกเองได้ตามใจ ตามต้องการและออกแบบให้เหมาะสมได้ ด้วยตัวของเรา
**เสียดายสิ่งที่สามารถทำได้ ป้องกันได้ทันเวลา แต่ไม่อยู่ในสายตา มองข้ามไป


5. อคติกับตัวแทน ไม่ดูแล ไม่บริการ ไม่ทันตามใจ จึงทิ้งกรมธรรม์ ทิ้งความคุ้มครอง
ของตนเองและครอบครัว
ความเข้าใจในการสร้างความคุ้มครองสำคัญมาก การทำประกัน การดูแลชีวิต สุขภาพ และการเงินนั่นคือข้อมูลจำเป็นของทุกท่าน

เพราะ "คุณกำลังสร้างเกาะคุ้มกันให้ครอบครัวและตนเอง"
การทำหน้าที่ให้ข้อมูลที่ถูกต้อง การทบทวนความคุ้มครอง พูดคุยปรึกษาได้ ไม่มีช่องว่าง มีมิตรภาพ ความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน นั่นเป็น "สิ่งจำเป็นที่ตัวแทนทุกคนพึงปฏิบัติ"


การบริการ การสื่อสาร การปรับจูนความเข้าใจ แจ้งสิ่งสำคัญที่ควรทราบเป็นที่ปรึกษาที่ดี เรียนรู้พัฒนาความสามารถตลอดเวลา ทำให้ลูกค้าได้รับรู้เข้าถึงความคุ้มครองทุกแง่มุม นั่นคือ "ที่สุดของการทำประกัน"



"หัวใจการปกป้องสร้างความคุ้มครองที่แท้จริง"



ความน่าเสียดายตรงนี้..คือ..
**ตัวแทนไม่ไปเก็บเบี้ย จึงไม่ได้ชำระค่าเบี้ยปีต่อ
**ตัวแทนบริการไม่ถูกใจ ไม่ตามใจ ไม่ทำต่อ
**ยกเลิกเพราะไม่เห็นความสำคัญ ไม่เข้าใจวัตถุประสงค์ของความคุ้มครองที่ทำในครั้งแรก



5 ปัญหาวนไปวนมา..😊


อ่อ..ของแถมอีกอย่าง..จ้า..
"ประกันไม่ใช่สินค้าทำกำไรผลตอบแทนสูง มันคือสินค้าทางการเงิน ที่ใช้ลดความเสี่ยงถึงจะออกแบบหลากหลายท้ายสุด เพื่อสิ่งนี้! "


ยิ่งลงทุนเก่ง..การลงทุนกับสุขภาพ..ยิ่งสำคัญ..
จัดพอร์ตจ่ายค่าเบี้ยได้ ยิ่งดี ทั้งขึ้น ทั้งล่อง..


ราคาค่าเบี้ยตลอดสัญญา..
อาจถูกกว่าค่าหมอในครั้งเดียวก็ได้..ใครจะรู้..


จริงมั้ยคะ...😊




ติดตามข้อมูลน่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ Facebook Page : OneNut 
หรือ แอดไลน์ https://lin.ee/zu5FUBy



 "รายละเอียดการให้ความคุ้มครองระบุตามสัญญากรมธรรม์ประกันภัย สำหรับการพิจารณาเป็นไปตามนโยบายของแต่ละบริษัท" 

วันอังคารที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2564

แด่ยุคสมัยที่เปลี่ยนไป

                                    


การเปลี่ยนแปลงของวันเวลาที่สัมพันธ์กันกับสังคมครอบครัว 

มื่อก่อนคนมักติว่ามีลูกเป็นโขลงเลี้ยงพ่อแม่คนเดียวไม่ได้…

เท็จจริงอย่างไร…ไม่แน่ใจ…คงแล้วแต่กรณี


สาเหตุหนึ่งคงเป็นเพราะเมื่อก่อน หนึ่งครอบครัวมีบุตรเป็น 10 คน ปัญหาที่เกิดจากการมีบุตรเยอะ ความไม่เท่าเทียม ความลำบาก ความขัดสนในเรื่องต่างๆ ทำให้พอโตขึ้นมา กลุ่มคนเหล่านั้นต่างแยกตัว แยกย้ายถิ่นฐานออกไป พอถึงวัยอันสมควรมีครอบครัว ต่างก็ต้องดูแลครอบครัวของตนไปตามวิถีทางของตนเอง 


การมีครอบครัวของตนเองที่อยู่ไกลบ้านเกิด วันหยุดที่จำกัด และ ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ทำให้การไปมาหาสู่แต่ละครั้งมีค่าใช้จ่ายมากกว่าปรกติ จึงทำให้กระทบกับรายได้เพราะไม่สมดุลกับรายจ่ายที่จ่ายออกไป ประกอบกับความห่างไกลนี้ทำให้ความห่างเหินเกิดขึ้นตามมา การดูแล"ผู้สูงอายุในบ้านจึงไม่ได้รับการดูแลจากบุตรเท่าที่ควรจะเป็น ตามที่สังคมยุคนั้นคาดหวังว่า วันหนึ่งเมื่อถึงวัยชราจะได้อาศัยลูกหลานพึ่งพาพักพิง" จึงเกิดวลีที่ว่า “พ่อกับแม่เลี้ยงลูกเป็นสิบคนได้ แต่ลูกเป็นสิบเลี้ยงพ่อแม่สองคนไม่ได้” นั่นเอง


ซึ่งเมื่อเทียบกับชีวิตในปัจจุบัน ที่หนึ่งครอบครัว อาจมี บุตรเพียง 1-3 คน เท่านั้น แถมบางรายเลือกที่จะสมรสแต่กับยินดีในการใช้ชีวิตที่ไม่มีบุตร ด้วยเหตุผลหลากหลายเฉพาะบุคคล ดังนั้นความเป็นไปได้ที่จะยังคงพบปัญหาเช่นเดิม นั่นคือ "ผู้สูงอายุยังคงโดดเดี่ยวในวัยชราไม่ได้รับการดูแลที่ดีตามที่คาดหวัง" แตกต่างกันแค่เพียง ที่มาของปัญหา ด้วยเพราะหนึ่งครอบครัวมีบุตรหลานเพียง 1-3 คน แต่ผู้สูงอายุภายในบ้านมีมากขึ้น ดั่งเช่นที่เราได้ยินกันบ่อยๆ คือ "สังคมผู้สูงอายุในประเทศไทย" กำลังเกิดขึ้น ประชากรกำลังเข้าสู่วัยชรา ในขณะที่ "คนรุ่นใหม่ไม่พร้อมที่จะรับมือดูแล"

ด้วยปริมาณคนที่มีมากขึ้นกว่าเมื่อก่อน ค่าครองชีพแพงขึ้น เงินเฟ้อซื้อของได้ไม่เท่าเดิม แย่งกันกิน แย่งกันใช้ สังคมเปลี่ยนวัฒนธรรมที่เปลี่ยน รายจ่ายมากกว่ารายรับ ชักหน้าไม่ถึงหลัง ทำให้มีไม่มากพอที่จะจุนเจือครอบครัว อย่างสมบูรณ์


ซึ่งไม่ว่าอย่างไร "ปัญหาเหล่านี้ จะเกิดใกล้ตัวเรา มากขึ้นแน่นอน"


วันหนึ่ง ช่วงวัยของเรานั้นต้องผลัดเปลี่ยนจากรุ่นหนึ่งไปสู่อีกรุ่นหนึ่ง สถานะที่เปลี่ยนไป จากเด็กสู่ผู้ใหญ่ และล่วงเลยไปถึง "วัยชรา" และสิ่งสำคัญคือการดูแลชีวิตในช่วงสุดท้าย วัยที่อาจทำให้เราท้อใจกับร่างกายและสังขาร 

ทั้งนี้ หากคนส่วนมากยังคงรายมีได้ที่ไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่าย ความหลายหลายในการดำรงชีพ ด้วยความชอบ ด้วยเหตุผลที่ต่างออกไป ทัศนคติ ความเชื่อ รวมถึงสิ่งแวดล้อม หากเกิดเหตุไม่คาดคิด มีเหตุการณ์หรือ ปัจจัยภายนอกเข้ามากระทบโดยไม่ตั้งใจ คนที่เตรียมตัวดีอาจจะประคองตน ผ่านช่วงเวลานั้นไปได้ แต่ถ้าคนที่โชคไม่ดีล่ะจะจัดการผ่านเรื่องราวนั้นไปได้ด้วยดีอย่างไร

การวางแผนเรื่องการเงินการป้องกันความเสี่ยงในแต่ละช่วงเวลา จึงไม่อาจละเลยได้ นั่นคือเรื่องจริง วันนี้อาจจะดูคล้ายว่าเผชิญชีวิตแต่ละวันไปด้วยความยากลำบาก แต่หากในความเหนื่อยนั้น พักแล้วหาย แรงยังไหว รายได้ยังมีเข้ามา นั่นคือ "นั่นคือความโชคดี" 

ดังนั้น "การวางแผนเรื่องการเงินหรือคุ้มครองความเสี่ยง จึงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง"  "เพราะในวันที่ แรงไม่มีหาเงินไม่ได้" วันนั้นจะเป็นความรับผิดชอบชีวิตของใคร หากไม่ใช่"   “ตัวเราเอง” 


บทความล่าสุด

คุยประกันกับ OneNut ตอน "รอยโรค กลไกการเกิดโรค อาการแสดงของโรค จะรู้ได้อย่างไร"

เรามาทำความรู้จัก พระเอกของเราก่อนค่ะ นั่นคือ   " พยาธิแพทย์  (Pathologist)"    พยาธิแพทย์  (Pathologist)  มักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นห...